"ธีระชัย" ซัด " บิ๊กป้อม" ป้อง "ศรีวราห์" คดีนายเปรมชัย ชี้หลักคิด รัฐรู้ดี ถือว่าตกยุค-เอื้ออำนวยต่อการคอร์รัปชัน

Publish 2018-03-13 14:44:30


13 มี.ค.61 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "Thirachai Phuvanatnaranubala"  โดยระบุว่า

 

"แนวคิดอย่างนี้แหละที่เอื้ออำนวยต่อการคอร์รัปชัน"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ...

นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ออกมาแสดงความกังขาการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในการทำคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ กับพวกรวม 4 คนที่เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีว่า

"คนที่พูด เขาเป็นอดีตอัยการสูงสุดไม่ใช่หรือ ...

ท่านเป็นอดีตนะ เพราะฉะนั้นก็ต้องให้คนที่เขาทำงานปัจจุบัน เป็นคนพูด และเป็นคนพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่เป็นไรหรอก"

และ ...

 



"คนนอกจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่คนที่เขาทำงาน เขามีพยานหลักฐานอยู่ ก็ต้องให้เขาทำของเขาไป ไม่มีใครไปนอกลู่นอกทางได้หรอก"

แนวคิดแบบโบราณอย่างนี้แหละครับ ที่ผมเห็นว่าเปิดข่องเอื้ออำนวยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันได้ง่าย

แต่ไหนแต่ไรมา ระบบราชการไทยใช้หลัก "คุณพ่อรู้ดี" คือข้าราชการทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และข้อมูลหลักฐานในมือเป็นจุดชี้ขาด ดังนั้น เมื่อกระบวนการทางราชการยุติเรื่อง ประชาชนก็จะต้องเอาตามนั้น และครอบคลุมกระบวนการยุติธรรมทุกทอด ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ไปถึงศาล

การถือหลักการว่า การทำงานของทางราชการมีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในตัวเองเช่นนี้ มีความเหมาะสมเฉพาะในภาวะที่ข้าราชการมีความไปตรงมา

แต่ถ้าเมื่อใดมีแรงกดดันทางการเมือง ไม่ว่าจะโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือโดยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ให้ข้าราชการบิดเดือนการทำงานในกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้น ก็จะมีปัญหาว่าไม่มีระบบการถ่วงดุลและตรวจสอบเท่าที่ควร

แต่ผมมีความเห็นว่า ในสมัยนี้ที่มีโซเชียลมีเดียแพร่หลายอย่างกว้างขวาง การยึดถือแนวคิดดังกล่าว ต้องถือว่าตกยุค เพราะประชาชนจะมีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างอิสระ ทางการไม่สามารถควบคุมได้

ดังนั้น วิธีการในสมัยนี้ จึงควรใช้ภาคประชาชนเข้ามาร่วมมือวิพากษ์วิจารณ์ เป็นตัวถ่วงดุล และเป็นตัวที่คอยติดตามป้องปราบการทุจริตคอร์รัปชั่น แทนที่จะมีแนวคิดปิดกั้น

การเปิดรับฟังการพิพากษ์วิจารณ์ โดยบุคคลที่มีความรู้ ในภาคประชาชนอย่างเต็มที่ จะบังคับให้ส่วนราชการจำเป็นจะต้องมีคำอธิบายในประเด็นต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานของทางราชการมีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

และกรณีนี้ ผู้ที่วิจารณ์เป็นถึงอดีตอัยการสูงสุด จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก

ดังนั้นแทนที่จะบอกปัด หรือปิดกั้นการรับฟังความเห็น รัฐบาลคสช. ควรจะเน้นให้ ข้าราชการต้องรับฟัง และจัดให้มีคำตอบอธิบายให้กระจ่างทุกกรณี




เรียบเรียงโดย : ปรีชา เนียมไธสง