สนช.เล็งเพิ่มโทษคนล่าสัตว์ป่าให้มีความรุนแรงมากขึ้น จำคุกสูงสุด 10-20 ปี




คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 'กรณีล่าสัตว์ทุ่งใหญ่' ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่การแก้ไขกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า อาจเพิ่มโทษผู้ละเมิด

 



 
พล.ท. ชัยยุทธ พร้อมสุข ประธานกรรมธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากกรณี ที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว เมื่อวันที่ 6 ก.พ.61 คณะกรรมธิการขอแสดงความกังวลและห่วงใยในเหตุการณ์ กรณีที่มีกลุ่มบุคคลพร้อมอาวุธเข้าไปในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยเข้าไปพักบริเวณพื้นที่หวงห้าม ถือว่าเป็นการละเมิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี พ.ศ.2535 ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดหลายฐานความผิด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป ตัวกฏหมายเราได้ติดตามดูของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีการนำเสนอเข้าสู่รัฐบาลไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรี แต่ยังไม่เข้ามาในสภา เราก็เฝ้าดูติดตามเรื่องนี้อยู่ ทั้งนี้ก็มีการติดความคืบหน้าของการปรับปรุงในเรื่องการแก้กฏหมายอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของการพิจารณาของข้อกฎหมายต่างๆดูข้อเสนอถ้าข้อใดที่เป็นประโยชน์ต่อราชการเราก็จะพิจารณาไปยังกระทรวงต่อไป ทั้งนี้ก็จะมีการประชุมกันในสัปดาห์หน้ากับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย ในส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้นขอชื่นชมในการดำเนินการ รวมถึงภาครัฐและเอกชน ประชาชน ที่ร่วมแสดงถึงความรัก ห่วงใยต่อชีวิตสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าไม้ที่ถูกคุกคามและสัตว์ป่าของประเทศที่กำลังสูญพันธุ์ เพราะการกระทำที่โหดร้ายของมนุษย์

ทั้งนี้คณะกรรมธิการขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานใช้ในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยมีอำนาจขอบเขตในการทำงานที่ครอบคลุมบังคับใช้สำหรับผู้กระทำผิดชัดเจน เพื่อให้ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า ที่เป็นสมบัติอันมีค่าของประเทศที่ทุกคนหวงแหน บำรุงรักษาไว้เป็นมรดกล้ำค่าให้คนรุ่นหลังต่อไป


นายสนิท อักษรแก้ว กรรมธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในส่วนของกฏหมายจะมีการปรับบทลงโทษเพิ่มขึ้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นเพราะจะมี พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่าเข้ามา โดย สัตว์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยสัตว์ป่าสงวน จะต้องมีโทษที่รุนแรงกว่า เพราะเนื่องจากเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ควรมีโทษความรุนแรงประมาณ10-20ปี  ตัวกฏหมายเราได้ติดตามดูของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีการนำเสนอเข้าสู่รัฐบาลไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรี แต่ยังไม่เข้ามาในสภา เราก็เฝ้าดูติดตามเรื่องนี้อยู่ ทั้งนี้ก็มีการติดความคืบหน้าของการปรับปรุงในเรื่องการแก้กฏหมายอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของการพิจารณาของข้อกฎหมายต่างๆดูข้อเสนอถ้าข้อใดที่เป็นประโยชน์ต่อราชการเราก็จะพิจารณาไปยังกระทรวงต่อไปทั้งนี้ ในส่วนของวัฒนธรรมองค์กรที่ประเทศไทยมีระบบเกื้อหนุนของคนที่มีอิทธิพลนั้นควรเลิกสักที และต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ด้วย

นอกจากนี้ พล.ร.อ. วีระพันธ์ สุขก้อน  กรรมธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ใส่เสื้อสนับสนุนการลงโทษเกี่ยวกับการกระทำความผิดให้มีโทษขั้นรุนแรงด้วย โดยเสื้อที่ท่านใส่มาครั้งนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์อย่างหนึ่งว่าท่านต่อต้านเรื่องนี้เป็นอย่างมาก


 



ทั้งนี้ในการแถลงการในครั้งนี้ก็เพื่อให้กำลังใจประชาชนเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังสืบต่อไป รวมถึงต่อต้านและสนับสนุนให้มีบทลงโทษที่รุนแรงกับผู้ที่กระทำความผิดและต่อต้านระบบแบบคนมีเงินเกื้อหนุนข้าราชการไทยแล้วอาศัยความสนิทกระทำความผิดต่อประเทศ