"จะหาพระรูปใด มีจิตใจรักป่าเช่น "หลวงพ่อสถิต" ได้อีก!!" นักอนุรักษ์ป่าสุดอาลัย วอนหน่วยงาน ช่วยเข้าไปดูแลป่าเขาแดงแทน ๑ แชร์เพื่อสืบสาน!!

Publish 2018-02-12 13:53:57


 

          เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ หลวงพ่อสถิต มหาเตโช ประธานสงฆ์ สำนักสงฆ์เขื่อนบ้านศาลา ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพระนักอนุรักษ์ป่าเขาแดง ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วยโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี



 

          เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ที่วัดประชาสามัคคี (บ้านใหม่) ตำบลน้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พระครูสิริธรรมานุรักษ์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีสวดพระอภิธรรมศพของ พระสถิต มหาเตโช หรือหลวงพ่อสถิต ประธานสงฆ์สำนักสงฆ์เขื่อนบ้านศาลา ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพระนักอนุรักษ์ป่าเขาแดงซึ่งเป็นป่าที่อยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ต.โคกตาล  และเป็นป่าถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา บริเวณพื้นที่ติดกับสำนักสงฆ์เขื่อนบ้านศาลา  ซึ่งเป็นป่าแหล่งต้นน้ำมีพื้นที่กว่า ๓,๔๐๐ ไร่  โดยมีคณะสงฆ์ศรีสะเกษ นายก อบต.น้ำคำและบรรดาญาติพี่น้องชาวบ้านโนนซึ่งเป็นบ้านเกิดของหลวงพ่อสถิต มาร่วมกันเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมมากถึง ๓๓ คณะท่ามกลางบรรดาที่เศร้าโศก

          ดต.ฉัตรชัย  จันทศิลา  ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดศรีสะเกษ (ทสม.) ซึ่งมาร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม กล่าวว่า  ป่าเขาแดงซึ่งเป็นป่าที่อยู่ในพื้นที่ป่าชุมชน ต.โคกตาล  และเป็นป่าถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา เป็นป่าแหล่งต้นน้ำมีพื้นที่กว่า ๓,๔๐๐ ไร่ ได้ถูกกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลบุกรุกเข้าไปตัดไม้ ทำลายป่า และมีการปลูกพืชเศรษฐกิจขึ้นมาจำนวนมาก เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง และต้นกล้วย เพื่อแสดงสิทธิยึดครองที่ดิน โดยหลวงพ่อสถิต ได้ทำการร้องเรียนไปยังส่วนราชการหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เข้ามาช่วยดูแลไม่ให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามายึดครองป่าแห่งนี้ เนื่องจากว่า หลวงพ่อสถิตเป็นนักอนุรักษ์ป่าที่ทุ่มเทมากเพื่อต้องการรักษาป่าเขาแดงเนื้อที่ ๓,๔๐๐ ไร่ไม่ให้ตกไปเป็นของนายทุนอิทธิพล และมีการตรวจป่าเขาแดงเพื่อป้องกันการบุกรุกป่าเป็นประจำทุกวัน ทำให้กลุ่มนายทุนอิทธิพลส่งคนมาขี่ป่าและมีมือปืนมายิงข่มขู่ที่สำนักสงฆ์หลายครั้ง เพื่อหวังให้หลวงพ่อสถิตหนีไปอยู่ที่อื่น แต่ว่าหลวงพ่อสถิตยังคงร่วมกับพวกตนต่อสู้อิทธิพลเถื่อนมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า ๕ ปีแล้ว

 

 

          หลวงพ่อสถิตได้ต่อสู้เพื่อรักษาป่าเขาแดงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถูกกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพลฟ้องดำเนินคดีมากถึง ๑๖ คดี  แต่ว่า ศาลได้พิพากษายกฟ้องหมด  เนื่องจากหลวงพ่อสถิตต่อสู้เพื่อรักษาป่าไว้ให้เป็นมรดกของชาติ โดยหลวงพ่อได้ประกาศเสมอว่า จะรักษาป่าเขาแดง ๓,๔๐๐ ไร่ ไว้ให้เป็นมรดกของชาติไทยไปจนกว่าจะตายไปจากโลกนี้  และศาลได้พิพากษาให้นายทุนอิทธิพลที่บุกรุกป่าเขาแดงโดนจำคุกไปแล้วหลายรายด้วยกัน การที่หลวงพ่อสถิตได้มรณภาพอย่างไม่คาดคิดแบบนี้ ทำให้ตนและนักอนุรักษ์ป่าทุกคนเสียใจเป็นอย่างมาก  และไม่ทราบว่า จะหาพระที่ใดที่มีจิตใจเป็นนักอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำ มาช่วยดูแลป่าเขาแดงแทน ตนจึงขอวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลป่าเขาแดง ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา ซึ่งเป็นป่าแหล่งต้นน้ำพื้นที่กว่า ๓,๔๐๐ ไร่ด้วย  เนื่องจากว่า ขณะนี้กำลังถูกผู้มีอิทธิพลและนายทุนเถื่อนบุกรุกอย่างหนัก  คาดว่าไม่นานป่าแห่งนี้จะต้องหมดสิ้นไปจากทำเนียบป่าของศรีสะเกษอย่างแน่นอน



 

           สำหรับสาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อสถิตมรณภาพนั้น  เนื่องจากว่า  หลวงพ่อสถิต มีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง และมักจะบ่นปวดหัวเป็นประจำ  ต่อมาเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ของวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ชาวบ้านที่ทำภัตตาหารไปถวายหลวงพ่อสถิต เป็นประจำทุกวัน ได้เข้าไปที่สำนักสงฆ์เขื่อนบ้านศาลา  พบว่า หลวงพ่อสถิตล้มฟุบอยู่กับพื้นกุฏิ ลมหายใจรวยริน ดังนั้น จึงได้ช่วยกันนำหลวงพ่อสถิต ส่งไปยัง รพ.ภูสิงห์ และแพทย์ได้ส่งตัวต่อไปยัง รพ.ศรีสะเกษ จากนั้น แพทย์ รพ.ศรีสะเกษ ได้ส่งหลวงพ่อสถิตต่อไปยัง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี  และหลวงพ่อสถิต ได้มรณภาพในคืนของวันที่ 8 ก.พ. 61 ซึ่งแพทย์สันนิษฐานว่า มรณภาพเนื่องจากเส้นโลหิตฝอยในสมองแตก เพราะโรคความดันโลหิตสูง  สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่บรรดาลูกศิษย์และญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก  โดยจะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจสรีระสังขารของหลวงพ่อสถิต ในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ วัดประชาสามัคคี (บ้านใหม่) ตำบลน้ำคำ   อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  จึงขอเชิญประชาชนชาวศรีสะเกษและสมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดศรีสะเกษ (ทสม.) ทุกคนไปร่วมพิธีในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ

                           ช่อง 8


เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ






ข่าวที่เกี่ยวข้อง