วอนช่วยเหลือ!! แม่เฒ่าวัย 66 ปี ถูกฟ้องไล่ที่ ระทมหนัก ทั้งที่บ้านได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและสามี วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

Publish 2017-11-21 13:46:42


     วันที่ 21 พ.ย. 60  ที่จ.ชัยภูมิ นางบุญมี สมศรี อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่1 ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิได้ออกมาฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ ที่ดินสร้างบ้านของตนเองที่มีเหลืออยู่เพียงกว่า 1 งานเศษ ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเป็นผืนสุดท้ายของชีวิตที่เหลือได้พอซุกหัวนอนอาศัยอยู่ แต่ปัจจุบันกลับอยู่ดีๆมาถูกฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่ดินดังกล่าวภายใน ไม่เกินสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันที่เหลือจากนี้ไป

 



     โดยนางบุญมี กล่าวว่าที่ดินแปลงดังกล่าวตนและสามีได้ซื้อต่อจากญาติกันมาตั้งเมื่อปี2522 หลังที่ต้องพากันทนทุกข์ไม่มีที่อยู่ต้องขอนอนตามกระท่อมไปทั่วไม่มีที่อยู่ และในช่วงนั้นทั้งตนเองและสามี ได้ช่วยกันพยายามออกรับจ้างหาเงินมาช่วยกันซื้อที่ดินดังกล่าวไว้และได้พากันสร้างบ้านหลังเล็กๆนี้อยู่ด้วยกันมาจนปัจจุบัน เมื่อช่วง 4 ปีก่อนสามีเองได้เสียชีวิตจากไปก่อน

     ซึ่งในส่วนที่ดินดังกล่าว เป็นของสามีตนเองเป็นผู้ครอบครองตามหนังสือสัญญาซื้อขายเมื่อปี 2522 ที่ช่วงนี้ซื้อในราคา 1,800 บาท ก็ถือว่าแพงมากแล้ว  แต่ต่อมาก็ไม่ทราบได้เช่นกันว่า มีทางญาติได้ขายที่ติดกันให้กับอีกคนและได้นำขึ้นโฉนดเอาไว้โดยมีชื่อสามีตนเองคือนายนายประสิทธิ์ สมศร สามีตนเป็นผู้ครอบครองร่วมกันกับเพื่อบ้านอีกคนที่มาซื้อที่ดินติดกัน โดยถือครองโฉนดใบเดียวกันและไม่ได้แบ่งแยกใบโฉนดที่ดินแย่งไว้ให้ ด้วยความถือใจซื่อเพราะเพื่อนบ้านที่ซื้อก็รู้จักกันมานานแล้ว  โดยที่ดินแปลงดังกล่าวตนก็ได้อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี2522ปัจจุบันก็38ปีเศษแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ได้

 

 



     ซึ่งเมื่อ4ปีที่ผ่านมาสามีตนมาตาย จากนั้นตนก็ได้อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังยิ่งมาเจอแบบนี้ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร และอยู่อย่างไรได้อีกแล้ว ซึ่งล่าสุดมีหนังสือจากศาลและกรมบังคับคดีมาถึงเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเพื่อให้ตนเองออกจากพื้นที่บ้านของตนเองภายใน 30 วัน และนี่ก็วันที่ 21 แล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วัน ก็ไม่รู้จะไปหาที่อยู่ที่ไหนได้อีกแล้ว ซึ่งตนมีลูกด้วยกัน 2 คนเขาก็ได้แยกย้าย ไปมีครอบครัวอยู่ต่างหากและหารับจ้างทำงานเลี้ยงครอบครัวตนเองกันหมดแล้วบางคนก็ได้อาศัยที่วัดเป็นที่อยู่อาศัย

      ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่อยู่ที่ไหนต่อไปเพราะตนก็ไม่มีดินแปลงอื่นอีกเลยมีเพียงบ้านและที่ดินที่เหลือผืนสุดท้ายของชีวิตจนอายุกว่า 66 ปีแล้ว เพียง 1งานเศษ ที่ตนเองกับสามีร่วมกันหาไว้แห่งนี้เท่านั้นเอง

      จึงอยากฝากวิงวอนหน่วยงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านนี้ช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย เพราะตนเองไม่รู้จะไปพึ่งใครได้อีกแล้ว ทุกวันนี้คิดหนักกินไม่ได้นอนไม่หลับแม้แต่เวลากินข้าวก็ต้องกินข้าวทั้งน้ำตาจึงขอวอนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วย ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันแล้ว จะไปหาที่ใหม่ไหนได้อีกแล้ว ซึ่งหวังว่าที่ดินที่เหลือเพียง1งานเศษนี้จะเป็นผืนสุดท้ายที่จะอยู่ไปจนหมดลมหายใจครั้งสุดท้ายของชีวิตในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว อนุชา ลูกพ่อแล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ


เรียบเรียงโดย : อนุชา มูลเทพ